นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการประชุมหารือเรื่องกาแฟสารดิบของสหกรณ์
8 มิถุนายน 2569 นายประวัติ แดงบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวัชระ กวีศรีเดชา ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมงานสหกรณ์ และนางสาวบุษยมาศ หนูชม ผู้อำนวยการกลุ่มวิเคราะห์เงินทุนอื่น ให้การต้อนรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม และคณะ ในโอกาสขอเข้าพบเพื่อหารือแนวทางความร่วมมือและการบูรณาการการดำเนินโครงการปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาปุ๋ยขาดแคลน ลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตร และยกระดับประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรอย่างยั่งยืน โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ในการขับเคลื่อนกลไกสหกรณ์การเกษตรให้เป็นศูนย์กลางการดำเนินงานในระดับพื้นที่ นำร่องสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ 3 จังหวัดได้แก่ อุดรธานี เชียงราย และชัยนาท รวม 15 แห่ง
ทั้งนี้ ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว สหกรณ์การเกษตรจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการผสมและกระจายปุ๋ยสั่งตัดคุณภาพในราคาที่เป็นธรรมแก่สมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ โดย วว. จะถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงที่มีมาตรฐานรองรับ พร้อมนำ “โปรแกรมคำนวณสูตรปุ๋ยอินทรีย์เคมี” ซึ่งเป็นนวัตกรรมของ วว. มาใช้ในการควบคุมการผสมปุ๋ยให้มีธาตุอาหารสอดคล้องกับความต้องการของพืชและสภาพดินในแต่ละแปลงเพาะปลูก
ในการหารือครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาแนวทางการคัดเลือกสหกรณ์เข้าร่วมโครงการ กลไกการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน รวมถึงแนวทางการซื้อขายปุ๋ยระหว่างสหกรณ์กับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ มุ่งช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้นและปัญหาดินเสื่อมโทรม โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ลดการพึ่งพาปุ๋ยนำเข้าจากต่างประเทศ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เครือข่ายสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถเข้าถึงปุ๋ยที่ “ถูกดิน ถูกพืช และถูกราคา” อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางการเกษตรของประเทศในระยะยาวต่อไป
