อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนชมภูสามัคคี จำกัด ตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
3 พฤษภาคม 2569 นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนชมภูสามัคคี จำกัด ตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนางสาวอภิวันท์ ธะนะสิทธิศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ เขตตรวจราชการที่ 2 และ 15 นายคัมภีร์ นับแสง สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะกรรมการดำเนินงาน ฝ่ายจัดการ และเจ้าหน้าที่สหกรณ์ ให้การต้อนรับ
สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนชมภูสามัคคี จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2529 ปัจจุบันดำเนินงานครบ 40 ปี มีสมาชิกจำนวน 9,829 ราย และมีทุนดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 765 ล้านบาท โดยดำเนินธุรกิจหลัก 2 ด้าน ได้แก่ ธุรกิจสินเชื่อ และธุรกิจเงินรับฝาก การดำเนินงานของสหกรณ์ยึดหลักจิตตารมณ์สหกรณ์ หลักคุณธรรม และหลักธรรมาภิบาล เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรตามนโยบาย “CPD DRIVE” ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนาการดำเนินงาน
ทั้งนี้ สหกรณ์ได้จัดทำโครงการสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิก อาทิ โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สิน โครงการสินเชื่อส่งเสริมอาชีพสมาชิก (ปลูกพืชปาล์ม) และโครงการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด (Solar Cell) รวมถึงมีสวัสดิการดูแลสมาชิกตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ จนถึงเสียชีวิต อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างสหกรณ์ ส่งผลให้สหกรณ์มีความเข้มแข็งและสามารถให้บริการแก่สมาชิกได้อย่างยั่งยืน
ในการนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ให้ข้อเสนอแนะในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการสหกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นย้ำการพัฒนาระบบข้อมูล การบริหารความเสี่ยง และการยกระดับการให้บริการสมาชิก เพื่อสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับสหกรณ์ นอกจากนี้ ได้ให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับการรับสมาชิกใหม่ของสหกรณ์ โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการพิจารณาคุณสมบัติของสมาชิกให้มีความเหมาะสม และมีความสามารถในการปฏิบัติตามภาระผูกพันทางการเงิน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านหนี้ค้างชำระ และเสริมสร้างความมั่นคงให้กับสหกรณ์ต่อไป
จากนั้น อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์และสินค้าของสมาชิกสหกรณ์ที่นำมาจัดแสดง ซึ่งเป็นผลจากการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพของสหกรณ์ เพื่อเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิก ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกมีอาชีพเสริม มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับครัวเรือน และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน และขยายโอกาสทางการตลาดให้กับสมาชิกสหกรณ์ต่อไป
