ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) “การใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่ ...
2 พฤศจิกายน 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) “การใช้
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและลดต้นทุนด้านเกษตรกรรม และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัด” โดยมี นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายวงศ์ชัย ไชยโย ผู้ตรวจราชการกรม นายสาธิต ปานขำ เลขานุการกรม ว่าที่ ร.ต.สุระศักดิ์ บุญชาญ สหกรณ์จังหวัดอุดรธานี และสหกรณ์จังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นเกียรติ ณ ห้องประชุมโดมร่มเกล้าจามจุรี วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
โอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ร่วมลงนามความร่วมมือฯ และร่วมส่งมอบ "เครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติ" จากกระทรวง อว. ให้แก่ประธานสหกรณ์การเกษตรนำร่อง 5 แห่งในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ได้แก่ 1.สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.อุดรธานี จำกัด 2.สหกรณ์การเกษตรกุมภวาปี จำกัด 3.สหกรณ์การเกษตรเมืองหนองหาน จำกัด 4.สหกรณ์การเกษตรสร้างคอม จำกัด และ 5.สหกรณ์การเกษตรหนองวัวซอ จำกัด ทั้งนี้ เพื่อให้สหกรณ์ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนในการผลิตปุ๋ยใช้เองได้อย่างรวดเร็วและได้มาตรฐาน
สำหรับโครงการปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ(เกษตรกร)ไทย ถือเป็นโมเดลบูรณาการที่ดึงจุดแข็งของแต่ละหน่วยงานเข้ามาดำเนินงานเชื่อมโยงอย่างครบวงจร โดยบทบาทสำคัญของกรมส่งเสริมสหกรณ์ในความร่วมมือครั้งนี้คือการสนับสนุนประสานงานและคัดเลือกสหกรณ์การเกษตรที่มีศักยภาพ 15 แห่ง ในพื้นที่เป้าหมาย 3 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี เชียงราย และนครราชสีมา เพื่อนำเทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดที่ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ดินเพื่อกำหนดสูตรปุ๋ยที่เหมาะสมแล้วไปประยุกต์ใช้จริง ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ รวมถึงการเข้าไปดูแลและสนับสนุนการบริหารจัดการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การควบคุมต้นทุน การกระจายปุ๋ยคุณภาพให้ถึงมือสมาชิก ไปจนถึงการวิเคราะห์ความคุ้มค่าและผลกำไร เพื่อยกระดับให้สหกรณ์สามารถต่อยอดนวัตกรรมนี้เป็นธุรกิจที่สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนได้ในระยะยาว
