อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีปิดและมอบประกาศนียบัตร โครงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้จัดการสหกรณ์ รุ่นที่ 7 ซึ่งได้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 20 – 22 กรกฎาคม 2569
22 กรกฎาคม 2569 นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีปิดและมอบประกาศนียบัตร โครงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้จัดการสหกรณ์ รุ่นที่ 7 ซึ่งได้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 20 – 22 กรกฎาคม 2569 โดยมี นายอนุรัตน์ เลื่อนลอย ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ พร้อมด้วย นายบรรจง ชัยขุนพล ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบสนับสนุนการสหกรณ์ นายพิษณุ พินรอด ผู้อำนวยการกองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตร และกลุ่มเกษตรกร นางสาวอภิวันท์ ธะนะสิทธิศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกรม เขตตรวจราชการที่ 2 และ 15 ตลอดจนผู้เข้ารับการฝึกอบรม เข้าร่วมพิธี ณ โรงแรมเอส ดี อเวนิว เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
โอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการฝึกอบรมหลักสูตร"ผู้จัดการสหกรณ์" ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาความรู้ ทักษะ และสมรรถนะด้านการบริหารจัดการสหกรณ์ สำหรับการพัฒนาผู้จัดการสหกรณ์ ถือเป็นภารกิจสำคัญของกรมส่งเสริมสหกรณ์ เนื่องจากผู้จัดการสหกรณ์เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสหกรณ์ให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของสมาชิกท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี ซึ่งผู้จัดการสหกรณ์จำเป็นต้องพัฒนาความรู้ ทักษะ และมุมมองใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับตัว และนำพาสหกรณ์ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยหลักสูตรดังกล่าวได้ออกแบบให้ครอบคลุมองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการบริหารจัดการสหกรณ์ ภาวะผู้นำ ธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เชิงกำเนิด หรือ Generative AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับสำหรับผู้จัดการสหกรณ์ในยุคปัจจุบัน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่ผ่านการอบรมในรุ่นนี้จะนำความรู้ ประสบการณ์และแนวคิดที่ได้รับจากวิทยากร รวมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารและพัฒนาสหกรณ์ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความชื่อศัตย์ติดมีความรับผิดชอบ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้จัดการสหกรณ์ที่ดีไม่เพียงมีหน้าที่บริหารองค์กรให้ประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างความเชื่อมั่นแก่สมาชิกและร่วมกันขับเคลื่อนสหกรณ์ให้พึ่งพาตนเองได้ ยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาณภาพชีวิตของสมาชิก อีกทั้งยังต้องเป็นกำลังในการร่วมมือกันพัฒนาสหกรณ์ไทยให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
